พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 โดย อ.มงคล แสงหิรัญ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมายระเบียบกลาง ประจำสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 22 กันยายน 2560 ณ รร.กรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา

หลักการเหตผลและแนวทาง
▪ป้องกันการทุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผ่าน Electronics
▪การจัดซื้อจัดจ้างต้องทำผ่านกรมบัญชีกลางเท่านั้น ผู้ขายต้องลงทะเบียน ผู้ซื้อไม่พบกัน ป้องกันการฮั้วราคา ติดตามการใช้งบประมาณได้
▪มีการกำหนดให้ทำแผนราชการที่ชัดเจน (ของเดิมไม่มี ใช้ระเบียบของ สตง.) เขียนแล้วต้องประกาศ 3 ที่ ถ้าไม่มีแผน จะจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้เลย ยกเว้น เร่งด่วน เรื่องที่มีมูลค่าเล็กน้อย เป็นความลับราชการ ไม่ต้องประกาศก็ได้
▪ยกเลิกบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด ยกเว้น เงินกองทุนที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลเฉพาะ เช่น สนง.กำกับกิจการพลังงาน
▪ในบทเฉพาะกาล กรณีมีการจัดซื้อจ้างแล้ว ทำตามระเบียบเดิมต่อจนเสร็จ (กรณี e - market / bidding ถ้ายังไม่มีประกาศเชิญชวน ต้องใช้ระเบียบใหม่ / กรณีตกลงราคา หรือ วิธีพิเศษ ถ้ายังไม่ได้เจรจากับร้านค้า ณ วันที่ 22 สค.ต้องใช้ระเบียบใหม่ )

นิยาม และสำคัญ พรบ. (ไม่เหมือนปี 35)
▪15 หมวด 132 มาตรา
▪นิยามการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ = การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุ โดย การซื้อ การจ้าง การเช่า การแลกเปลี่ยน
▪พัสดุ หมายถึง 1สินค้า 2งานจ้างก่อสร้าง 3การจ้างออกแบบและควบคุมงาน 4งานจ้างที่ปรึกษา 5งานบริการ
1.สินค้า = วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง
2.งานบริการ = จ้างบริการ จ้างเหมาบริการ จ้างทำของ การรับขน (ยกเว้น การจ้างลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งตามประมวลกฏหมายแพ่ง)
3.งานก่อสร้าง = 1งานก่อสร้างอาคาร(รวมเสาธงรั้ว) 2สาธารณูปโภค 3การปรับปรุงซ่อมแซมรื้อถอนรวมงานบริการที่อยู่ในการก่อสร้างนั้นด้วย* (ของเดิมปี 35 ไม่ใช่) ต้องมีการ กก.ควบคุมงานเพิ่ม
*** การทำประกันภัย เช่น ประกันรถยนต์ ไม่ต้องทำตาม พรบ.นี้ประกันภาคบังคับ ทำได้ แต่ประกันภาคอิสระ ต้องได้รับการอนุญาติ จากกรรมการก่อน (รถ Ambulance) ***
▪กรรมการใน พรบ.สามารถเบิกค่าตอนเเทน เป็นเบี้ยประชุมได้ ทั้งนี้ขึ้นกับหน่วยงาน (มีงบประมาณหรือไม่) เนื่องจากกรรมการต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในด้านนั้นๆ
▪สิ่งของใดไม่คงทนถาวร ใช้หมดไป เสียสภาพ หรือ คงทันถาวร แต่เสียซ่อมไม่ได้ = วัสดุ ... สิ่งของใดคงทนถาวร เสียซ่อมได้ = คุรุภัณฑ์ โดยไม่คำนึงถึงราคาอีกต่อไป (ยกเว้น ที่ระบุไว้เฉพาะ เช่น วัสดุอะไหล่ เครื่องยนต์ ไม้ต่างๆ เครื่องคิดเลขขนาดเล็ก กะทะ ฯลฯ เป็นวัสดุ) ... วัสดุ ใช้งบดำเนินงาน / ครุภัณฑ์ ใช้งบลงทุน
▪ราคากลาง
(พรบ.เก่าปี 35)
1. งานก่อสร้าง มติ ครม.ปี 55 : มีกรรมการกำหนดราคากลาง อย่างน้อย ประธาน 1 กรรมการ2 มีหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เขียว แล้วประกาสในรูปแบบของ ปปช.กำหนด
2. ถ้าไม่ใช่งานก่อสร้าง มีของสำนักงบประมาณ ให้ใช้ของสำนักงบประมาณ
3. พัสดุใดที่ไม่มีราคาของ สนง. ให้ใช้ระหว่าง ราคาเดิม 2 ปี หรือ สืบราคาท้องตลาด
4. ยาบัญชียาหลักใช้ตามบัญชี ยานอกบัญชียาาลักใช้เหมือน พัสดุที่ไม่มีราคาของ สนง.ต้องสืบราคา
5. อุปกรณ์ IT ใช้ของกระทรวง Digital
(พรบ. 60)
1. ม.62 ต้องประกาศราคากลาง ในประกาศด้วย
2. ราคากลาง ปี 60 เน้นว่า ราคาที่จัดซื้อได้จริง ตามลำดับดังนี้ 1.ตามหลักการที่ คกก.กำหนดราคากลาง 》》》 2.กรมบัญชีกลาง หรือ 3.สำนักงบประมาณ/หน่วยงานกลาง) 》》》 4.สืบราคาท้องตลาด หรือ 5.ราคาเคยซื้อหลังสุดภายใน 2 ปีงบประมาณ หรือ 6.วิธีอื่นๆ ที่แนวทางปฏิบัติของหน่วยงานนั้นๆ
สิ่งก่อสร้าง ถ้าทราบยอดจัดสรร ก็ประกาศแผนได้เลย
*ระเบียบกระทรวงการคลัง ระเบียบการทำแผน*
▪พรบ.จะไม่บังคับกับ การจัดซื้อจัดจ้างกับสถาบันอุดมศึกษา หรือ สถานพยาบาลของรัฐ โดยใช้เงินบริจาคหรือดอกผลของเงินบริจาค (ไม่มีเงินร่วมกับเงินประมาณ) ... โดยให้มีระเบียบกำหนดเอง แต่ต้องมีหลักคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ (กยผ.กำลังดำเนินการ) ...ถ้ายังไม่มีระเบียบต้องทำตาม พรบ.ฉบับนี้ (เงินบริจาคยังเข้าเงินบำรุงอยู่จนกว่าจะมีระเบียบเงินบริจาค)
▪การแบ่งซื้อแบ่งจ้าง (ระเบียบกระทรวงการคลัง) จะกระทำไม่ได้ โดยทั้งนี้ให้พิจารณา "วัตถุประสงค์" และ "ความคุ้มค่าคุ้มทุน" ทั้งนี้เน้น งบประมาณที่ต้องจัดซื้อในคราวเดียวกันทั้งหมด เช่น
- ซื้อยาโดยใช้งบดำเนินงานที่ใช้ทั้งปี แบ่งเป็นรายไตรมาสได้ เพราะไม่มีที่เก็บคลังยาได้ทั้งหมด หรือ จะซื้อทีเดียว (ไม่ใช่จะซื้อจะขาย) แล้วส่งยาเป็นรายไตรมาสก็สามารถทำได้
- งบครุภัณฑ์ 10 รายการ จัดสรรงบมารายรายการ สามารถแยกจัดซื้อจัดจ้างได้ ทั้งนี้อาจแบ่งเป็นกลุ่มการจัดซื้อตามลักษณะการใช้งานได้ แต่ถ้าครุภัณฑ์ 10 รายการ แต่ต้องใช้พร้อมกัน แบบนี้ต้องซื้อในคราวเดียว
▪การจัดทำแบบฟอร์มตามใน electronics ทุกขั้นตอน ห้ามเปลี่ยนแปลง(ไม่ให้เปลี่ยนแปลง) ให้กรอกตามแบบฟอร์มเท่านั้น

วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง
*ยกเว้นการจ้างที่ปรึกษา/ออกแบบงาน
1. ประกาศเชิญชวนทั่วไป : ใช้กับของทั่วๆไป ไม่ซับซ้อน มีมาตรฐานกลาง
2. คัดเลือก : "เชิญชวน"ผู้ประกอบการที่ตรงตามคุณสมบัติเงื่อนไข อย่างน้อย 3 ราย ตามดุลพินิจ เว้นแต่มีน้อยกว่า 3 ราย (ต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกับกรมบัญชีกลาง) *ออกหนังสือเชิญชวนอย่างน้อย 3 แต่ผู้ประกอบการ ไม่จำต้องมายืนซองไม่ทุกรายก็ได้ *คล้ายกับวิธีพิเศษเดิม ใช้กับกรณีพัสดุยุ่งยาก หรือ ด่วน หรือ ทางเทคนิคเฉพาะ ราชการลับ หรือ กรณีเสียแล้ว จึงประมาณราคา ก่อนจัดซื้อจัดจ้าง
3. เฉพาะเจาะจง : เชิญชวนผู้ประกอบการ"รายใดรายหนึ่ง"ที่ตรงตามคุณสมบัติเงื่อนไข กรณี 1.ฉุกเฉิน ภัยพิบัติ 2.กรณีวงเงินเล็กน้อย ตาม กฏกระทรวงการคลัง (ไม่เกิน 500,000 บาท) 3.มีรายเดียว 4.ที่ดินสิ่งก่อสร้าง 5.ต้องใช้ยี่ห้อเดิม จากที่เคยจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนเเล้ว แต่ต้องซื้อเพิ่ม
ทั้งนี้ ให้ใช้วิธีที่ 1 ก่อนเสมอ เว้นแต่ ที่ระบุไว้ในข้อยกเว้น

วิธีการ"ซื้อหรือจ้าง " ต่อจากวิธี "การจัดซื้อจัดจ้าง"
1.วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป
1.1 e-Market วัสดุที่ใน e-catalog 29 รายการ
1.1.1 วงเงิน >5 แสน ใบเสนอราคา
1.1.2 วงเงิน >5 ล้าน ให้ยื่นผ่าน eGP โดยวิธีการ e ประมูล
1.2 e-Bidding จัดจ้าง หรือ จัดซื้อรายการที่ไม่ได้อยู่ใน e Catalog >5 แสน ใบเสนอราคา > 5 ล้าน e ประมูล ทั้งนี้ไม่จำเป็นพิจารณาราคาต่ำสุด เพราะใช้เกณฑ์ในการตัดสิน
1.3 สอบราคา - กรณีไม่มี internet อยู่ห่างไกล เข้าถึงยาก เฉพาะ > 5 แสน ไม่เกิน 5 ล้าน (ปัจจุบันยังไม่มีพื้นที่แบบนี้ในประเทศไทย)
2.วิธีเฉพาะเจาะจง เกิน 5 แสน และมีวัตถุประสงค์เฉพาะ
3.เฉพาะเจาะจง
▪ม.58 หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งจัดซื้อให้เเทนหน่วยงานอื่นได้ เช่น ซื้อยารวม เป็นต้น โดยตามระเบียบที่กำหนดออกมา

การบริหารสัญญา
▪การเซ็นต์สัญญา จะทำได้หลังจากวันกำหนดอุทรณ์ 7 วันทำการ ใน website ... ห้ามอุทรณ์กรณี วิธีการคัดเลือก / เกณฑ์พิจารณาเลือกวัสดุ (เช่น ราคา50% กับ คุณภาพ50%)
▪การก่อสร้าง ถ้าผู้รับเหมาให้ช่วงเหมาไป โดยไม่แจ้งผู้จ้างและอนุญาตก่อน ผู้รับเหมาจะต้องถูกปรับในวงเงิน 10% ของวงเงินที่ให้ช่วงเหมา
▪การยกเลิกสัญญา ผจก.บริษัท คนดียวกัน ขัดขว้างผู้ประกอบการรายอื่น เอกสารเท็จ ฯลฯ ... ผู้ประกอบการฟ้องไม่ได้ ใน 7 กรณีที่ยกเลิกสัญญา

สรุปขั้นตอน
1.แผนการจัดซื้อจัดจ้างและประกาศแผน 3 แห่ง
"ยกเว้น" 1.เร่งด่วน ราชการลับ 2.ไม่เกิน 500,000 บาท 3.ฉุกเฉิน 4.ขายทอดตลาดให้หน่วยงานรัฐด้วยกัน 5.การจ้างที่ปรึกษา
2.ดำเนินการจัดหา
- ใน 3 วิธีหลัก โดยหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
- ถ้าวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ต้องทำหนังสือแจ้งหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ในการจัดหา
3.ขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง - โดย ผู้มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้าง
4.การทำสัญญา
5.การตรวจรับพัสดุ

▪เจ้าหน้าที่ (พรบ.) :1.ตามตำแหน่งโดยตรง คือ บรรจุตำแหน่งพัสดุ ตาม job descrpition ไม่ต้องเเต่งตั้งใหม่ 2.กรณีหน่วยงานย่อย ถ้าไม่มีตำแหน่งโดยตรง ให้ทำคำสั่งแต่งตั้ง
▪หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ (พรบ.) : ส่วนภูมิภาค = ผู้ว่าราชการจังหวัด, ส่วนกลางที่ตั้งอยู่ภูมิภาค เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง
▪หัวหน้าเจ้าหน้าที่ (ระเบียบกระทรวงการคลัง) เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง (ข้าราขการ) หัวหน้าสายงานที่จัดซื้อจัดจ้าง ที่ กพ.กำหนด ถ้าไม่มีต้องแต่งตั้งผู้ได้รับมอบหมาย (ขรก./พนักงานราชการ ก็ได้) โดยทั้งนี้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ อาจมีหลายคนก็ได้ตามภาระงานที่มี
▪ผู้มีอำนาจแต่งตั้ง คือ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือ ผู้มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้าง

วงเงินอนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้าง
▪เชิญชวนทั่วไป ผวจ. 200 ล้าน
▪วิธีคัดเลือก ผวจ.100 ล้าน
▪วิธีเจาะจง ผวจ.50 ล้าน
 

ระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐให้เหมาะสมสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐

ดาวน์โหลด